การเริ่มทำเว็บไซต์ด้วยการเลือกสีหรือหาแบบที่ชอบอาจทำให้ทีมเห็นภาพหน้าตาได้เร็ว แต่ยังไม่ตอบว่าเว็บไซต์ควรช่วยใครและช่วยเรื่องอะไร ก่อนเริ่มออกแบบ ลองเขียนให้ชัดว่าผู้เข้าชมเข้ามาเพราะเหตุใด ต้องการรู้อะไร และควรทำอะไรต่อเมื่ออ่านจบ คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้การตัดสินใจเรื่องโครงสร้างมีเหตุผลที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้
เริ่มจากคำถามของผู้เข้าชม
รวบรวมคำถามที่ทีมได้รับจริงจากการพูดคุย อีเมล หรือการติดต่อสอบถาม แล้วแยกว่าคำถามใดควรตอบในหน้าแรกและคำถามใดต้องมีหน้ารายละเอียดของตัวเอง อย่าเพิ่งจัดหมวดตามชื่อแผนกภายใน เพราะคนที่เข้ามาครั้งแรกอาจไม่รู้ว่าแต่ละแผนกทำอะไร เมนูควรใช้คำที่ผู้เข้าชมเข้าใจและคาดเดาเนื้อหาที่จะพบได้
ตัวอย่างสมมติ หากกำลังวางแผนเว็บไซต์ของร้านเฟอร์นิเจอร์สั่งทำ ผู้เข้าชมอาจอยากรู้ว่ารับทำงานแบบไหน ต้องเตรียมขนาดพื้นที่อย่างไร และติดต่อเพื่อคุยรายละเอียดได้ทางใด หน้าแรกจึงควรพาไปยังข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ส่วนรายละเอียดวัสดุหรือขั้นตอนการสั่งทำอาจแยกเป็นอีกหน้า ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีคิดเรื่องโครงสร้าง ไม่ใช่กรณีผลงานของ AP Haus
กำหนดหน้าที่และเนื้อหาของแต่ละหน้า
เมื่อได้รายการหน้าแล้ว ให้ระบุหน้าที่หลักของแต่ละหน้าเป็นประโยคสั้น ๆ เช่น อธิบายบริการให้เข้าใจ หรือให้ข้อมูลที่จำเป็นก่อนติดต่อ จากนั้นรวบรวมข้อความ ภาพ และรายละเอียดที่ต้องใช้จริง การมีเนื้อหาร่างตั้งแต่ต้นช่วยให้ทีมออกแบบรู้ว่าต้องจัดพื้นที่สำหรับอะไร และเห็นจุดที่ข้อมูลยังไม่ครบก่อนลงรายละเอียดหน้าจอ
- ระบุคำถามหลักที่แต่ละหน้าต้องตอบ
- กำหนดผู้รับผิดชอบข้อความ ภาพ และการตรวจข้อมูล
- เลือกการกระทำถัดไปที่เหมาะกับเนื้อหาของหน้านั้น
- ตรวจว่าเมนูและช่องทางติดต่อใช้งานบนมือถือได้สะดวก
ควรตกลงเรื่องการดูแลหลังเผยแพร่ด้วย ใครจะอัปเดตรายละเอียดบริการ ใครจะตรวจช่องทางติดต่อ และข้อมูลประเภทใดต้องทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หากเนื้อหาต้องแก้บ่อย รูปแบบการจัดการเนื้อหาควรทำให้ผู้ดูแลแก้เองได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้างหน้าใหม่ทุกครั้ง
ก่อนส่งต่อให้ออกแบบ ลองเดินตามเส้นทางของผู้เข้าชมหนึ่งคนตั้งแต่หน้าแรกไปจนถึงการติดต่อ อ่านหัวข้อและข้อความตามลำดับโดยยังไม่พึ่งภาพตกแต่ง หากยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมต้องกดไปหน้าถัดไป ให้กลับมาปรับลำดับข้อมูลก่อน แผนเว็บไซต์ที่ชัดเจนคือข้อตกลงเรื่องเนื้อหาและการใช้งานที่ทีมตรวจร่วมกันได้